Home     History     News     Calendar     Webboard     Knowledge      Contact 
 
   

 

     


พระอุโบสถ

พระอุโบสถตั้งอยู่ด้านทิศเหนือของพระวิหาร  กว้าง  ๙  เมตร ยาว  ๒๒ เมตร เป็นรูปทรงโรง  สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างในรัชกาลที่ ๑ หน้าบรรณเป็นรูปพระนารายณ์ทรงสุบรรณ และพระอินทร์ ทรงช้างเอราวัณ     
-บันไดขึ้นทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ข้างละ ๒ บันได
-ประตูด้านทิศตะวันออก มี ๓ประตู  ด้านทิศตะวันตก มี ๒ ประตู บานประตูทุกด้านมีภาพเขียนลายรดน้ำ
-หน้าต่างด้านทิศเหนือและทิศใต้ด้านละ ๕ ช่องแต่ละบานก็มีภาพเขียนลายรดน้ำ
-ผนังด้านทิศตะวันออก  เป็นภาพเขียนพระพุทธเจ้าปางผจญมาร ก่อนตรัสรู้ มีแม่ธรณีกำลังบิดมวยผม ช่วยป้องกันมิให้พระยาวสวัดดีกับเสนามารเข้าผจญได้
-ผนังด้านทิศตะวันตก เป็นภาพเขียนอากาศวิมาน มีพระอาทิตย์  พระจันทร์ชักรถ และพระที่นั่งเวชยันต์มหาปราสาทของท้าวสหัสนัยน์ มีรูปช้างเอราวัณ   
-ผนังด้านทิศเหนือและทิศใต้ ด้านล่างเป็นภาพเขียนทศชาติ ด้านบนแบ่งเป็นชั้น ๓  ชั้น  เป็นรูปเทพชุมนุม  มี  เทวดา อินทร์ พรหม ยม  ยักษ์ ครุฑ นาค  คนธรรพ์  วิชชาธร  กำลังพนมมือ และมีพัดวาลวีชนีประจำทุกรูป 
ภาพเขียนฝาผนังสันนิษฐานว่าเป็นผีมือช่างชุดเดียวกันกับที่เขียนไว้ในพระที่นั่งพุทไธสวรรค์ ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ   พ.ศ. ๒๕๐๕  พระเทพปริยัติ (ดำ  อาภารํสี) เจ้าอาวาสในสมัยนั้น ได้ให้ช่างกรมศิลปากรเขียนใหม่ โดยถ่ายรูปเก่าไว้ก่อน รวมถึงภาพเขียนลายรดน้ำที่บานประตูพระอุโบสถและพระวิหารด้วย สิ้นงบประมาณ ๒๘๙,๓๐๐ บาท  (สองแสนแปดหมื่นเก้าพันสามร้อยบาทถ้วน).

บริเวณรอบๆพระวิหารและพระอุโบสถ

พระเจดีย์โบราณ  ๗  องค์  อยู่หลังพระวิหารคด  ด้านทิศตะวันตก   เจดีย์ทั้ง ๗ องค์นี้ 
สร้างขึ้นพร้อมกับวัด  แต่ไม่มีหลักฐานว่าสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ใด  หรือบรรจุสิ่งใดไว้.

พระพุทธบาทจำลอง
พระพุทธบาทจำลองนี้ ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด  แต่สังเกตดูจากเนื้อหินที่สลักรอยพระพุทธบาท  สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นไม่เกินรัชกาลที่ ๔  ประดิษฐานอยู่ด้านหลังพระวิหาร.

 

แท่นหินประหารกบฏ
แท่นหินนี้ กว้าง ๔๘ นิ้ว  ยาว  ๖๐  นิ้ว  เป็นแท่นหินประวัติศาสตร์ กล่าวคือ ครั้งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดเกล้าฯ ให้สำเร็จโทษกรมหลวงรักษ์รณเรศ  มาทุบบนแท่นหินแผ่นนี้ มีเรื่องราวอยู่ในพงศาวดาร ตอนกล่าวหากรมหลวงรักษ์รณเรศเป็นกบฏว่า
“มักใหญ่ใฝ่สูงจะเป็นวังหน้าบ้าง เป็นเจ้าแผ่นดินบ้าง อย่าว่าแต่มนุษย์เราจะยอมให้เป็นเลย  แม้แต่สัตว์เดียรฉานมันก็ไม่ยอมให้ตัวเป็นเจ้าแผ่นดิน จึงโปรดฯ ให้ถอดเสียจากกรมหลวง ให้เรียกว่าหม่อมไกรสร ลงพระราชอาญาแล้ว ให้ไปสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ ที่วัดปทุมคงคา  เมื่อวันที่  ๑๓  ธันวาคม  พ.ศ. ๒๓๙๑  ตรงกับวันพุธ  เดือนอ้าย  แรม  ๓  ค่ำ”
“พึ่งบุญ”  ต้นราชสกุล  กรมหลวงรักษ์รณเรศ   พระราชโอรส องค์ที่ ๓๓ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  พระองค์เจ้าไกรสร  ประสูติเมื่อวันจันทร์  เดือนยี่  ขึ้น  ๒  ค่ำ   ตรงกับวันที่  ๒๖  ธันวาคม  ปีกุน  พ.ศ. ๒๓๓๔    ในรัชกาลที่ ๒  ทรงสถาปนาเป็น กรมหมื่นรักษ์รณเรศ และโปรดให้ทรงกำกับกรมสังฆการี  ครั้นรัชกาลที่ ๓  ได้ทรงกำกับกรมวังและเลื่อนเป็นกรมหลวงรักษ์รณเรศ  เมื่อปีมะโรง  พ.ศ. ๒๓๗๕   สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๓ เมื่อวันพุธ  เดือนอ้าย  แรม ๓ ค่ำ  ปีวอก  พ.ศ. ๒๓๙๑  พระชันษา ๕๘ ปี เป็นต้นสกุล “พึ่งบุญ” ในเจ้าจอมมารดาน้อยแก้ว
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวว่า จะเป็นเหตุไรหาปรากฏไม่ว่าที่วัดปทุมคงคานี้จึงเป็นที่สำคัญสำหรับประหารชีวิตเจ้านาย เพราะแต่ก่อนงานพระบรมศพ พระบรมอัฐิเก็บแล้ว ก่อนที่จะใช้พระอังคารฝังกันนั้น ก็เชิญลงเรือบุษบกเรือศรี มีแห่กลองชนะเต็มที่ ไปถึงวัดปทุมคงคาแล้ว ก็เอาพระอังคารลงลอยที่นั่น และถ้าช้างเผือกล้มลง ก็เช่นเดียวกัน เขาเอาผ้าขาวห่อช้างที่ล้ม มีเรือดั้ง เรือกัน แห่ลากเอาไปถ่วงที่วัดปทุมคงคาเหมือนกัน  วัดปทุมคงคา จึงกล่าวได้ว่า เป็นสถานที่ประหารชีวิตแห่งแรกในกรุงเทพมหานคร
ในรัชกาลที่ ๒  พ.ศ. ๒๓๖๓   โรคอหิวาต์ระบาด  ประชาชนตายเป็นจำนวนมาก  ศพก่ายกันเหมือนกองฟืน ในปีนั้นคนตายประมาณ  ๓๐,๐๐๐  กว่าคน  ก็ได้ใช้วัดปทุมคงคา เป็นที่เก็บศพอีกเหมือนกัน.

หอระฆัง
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของกุฏิเจ้าอาวาส  สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐  สิ้นงบประมาณ ๖๐,๐๐๐  บาท (หกหมื่นบาทถ้วน)   ในคณะ ๒  (ฝั่งคณะใน) มีหอระฆังอยู่  ๑ หอ  แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. ใด  หอระฆังทั้ง ๒ แห่งนี้  มีเจ้าหน้าที่ประจำตีสัญญาณบอกเวลาตามกติกาของวัด เช่น  ตีสัญญาณทำวัตรเช้า-เย็น และลงพระอุโบสถสังฆกรรม  วันชาติ  วันปีใหม่  วันสำคัญทางราชการ  ถ้าตีสัญญาณนอกเวลาที่บอกไว้นี้ หมายถึง บอกเหตุอันตราย เช่น พระภิกษุสามเณรอาพาธหนัก หรือ มรณภาพ หรือไฟไหม้วัด เป็นต้น.

พระปรางค์
พระปรางค์มีทั้งหมด ๘ องค์  ตั้งอยู่รอบข้างพระอุโบสถ ๘ ทิศ  ภายในพระปรางค์นั้น เป็นที่ประดิษฐานใบเสมาและฝังลูกนิมิต  กำหนดเขตสีมาองค์ละ ๑ ลูก.

 

กุฏิเจ้าอาวาส
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ โดยพระเทพปริยัติ (ดำ  อาภารํสี) อดีตเจ้าอาวาส.

 

โพธิ์ลังกา
วัดปทุมคงคามีต้นโพธิ์ใหญ่  ๒  ต้น   ต้นที่หนึ่ง อยู่ติดคลองถม ด้านทิศตะวันตก  อีกต้นหนึ่ง อยู่ติดกำแพงทางด้านทิศตะวันออก   เป็นโพธิ์ตรัสรู้ เป็นโพธิ์พันธุ์ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์  (ศรี  อโนมสิริ)  นำมาจากลังกาทวีปมาปลูกไว้  เมื่อครั้งเป็นสมณทูตไปเมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๕ 
นับอายุได้  ๑๕๕  ปี (๒๓๙๕-๒๕๕๐).

 

ฌาปนสถาน

                        ฌาปนสถาน หรือที่เรียกว่า เมรุเผาศพ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพระวิหาร เนื่องจากสถานที่คับแคบ ขยายไม่ได้ จึงไม่เป็นที่นิยมของประชาชนนัก  สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐  สิ้นงบประมาณ  ๑๓๔,๕๐๐ บาท (หนึ่งแสนสามหมื่นสี่พันห้าร้อยบาทถ้วน)  ปัจจุบันนี้ ฌาปนสถานแห่งนี้ ไม่ได้ใช้งานแล้ว.

ของหลวงที่พระราชทานไว้ประจำพระอุโบสถ

  • ธรรมาสน์ชั้นเอก  ในคราวถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที  ๕  พ.ศ. ๒๔๕๓
  • พระบรมรูปหล่อ  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงเครื่องยศจอมพลทหารบก  สูง  ๔๘  เซนติเมตร
  • ตู้สลัก  ลายปิดทองล่องชาด  สำหรับตั้งเทียนพรรษา   ในคราวงานถวายพระเพลิงพระศพ สมเด็จพระเชฏฐาธิราช  เจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสีมา
  • ธรรมาสน์ปาฏิโมกข์  ในคราวงานถวาย พระเพลิงพระศพ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงศรีรัตนโกสินทร์
  • ตู้ปาฏิโมกข์ เป็นสังเค็ด ในคราวงานถวายพระเพลิงพระศพ สมเด็จฟ้า กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร์.

 

ประวัติ ถาวรวัตถุ พระพุทธมหาชนก โรงเรียนปริยัติธรรม
แผนที่ตั้งวัด ศูนย์เผยแผ่ฯ เจ้าอาวาส สำนักจัดผลประโยชน์
    หน้าแรก